ฝึกฝนสมอง ประลองปัญญา

posted on 23 Jul 2009 19:44 by thanaporn25 in knowlage

แนะนำ การเล่น SUDOKU ไม่รู้ว่า ยิ่งเล่นแล้วจะยิ่งเครียดหรือปล่าว แต่อยากจะแนะนำมากเลย เพราะการเล่น SUDOKU มีประโยชน์ช่วยให้เรามีสมาธิ ฝึกการคิด มีคั้งแต่ระดับที่ง่ายจนถึงยาก เป็นการฝึกสมาธิ ให้เราใจเย็น หรือเวลาที่เราเครียดๆ เราสามารถหยิบขึ้นมาเล่นได้นะ ลองดู  

ความหมาย ? : ซูโดะกุ

ในภาษาญี่ปุ่น เป็นคำย่อจากคำว่า ซูจิวะโดะกุชินนิคางิรุ (Suuji wa dokushin ni kagiru) มีความหมายว่า "ตัวเลขต้องมีเพียงเลขเดียว" ชื่อของซูโดะกุ มีการเรียกชื่อแตกต่างกันในแต่ละภาษา ตั้งแต่ ซูโดะกุ ซูโดกู หรือ ซูโดคู

ซูโดะกุ (Sudoku) คือ เกมปริศนาตัวเลข ที่ผู้เล่นต้องเลือกใส่ หมายเลขตั้งแต่ เลข 1 ถึงเลข 9 โดยมีเงื่อนไขว่าในแต่แถวและแต่ละหลักตัวเลขต้องไม่ซ้ำกัน ตารางซูโดะกุจะมี 9?9 ช่อง ซึ่งประกอบจากตารางย่อย 9 ตาราง ในลักษณะ 3?3 แบ่งแยกกันโดยเส้นหนา และในแต่ละตารางย่อยจะมีตัวเลข 1 ถึง 9 เช่นเดียวกัน เมื่อเริ่มเกมจะมีตัวเลขบางส่วนให้มาเป็นคำใบ้ และผู้เล่นจะต้องใส่ทุกช่องที่เหลือให้ครบ โดยตามเงื่อนไขว่าแต่ละตัวเลขในแต่ละแถวและหลักจะใช้ได้ครั้งเดียว รวมถึงในแต่ละขอบเขตตารางย่อย การเล่นเกมนี้จำเป็นต้องใช้ความสามารถในด้าน ตรรกะ และความอดทนรวมถึงสมาธิ เกมนี้เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2522 ในชื่อ นัมเบอร์เพลซ (Number Place) แต่เป็นที่นิยมและโด่งดังในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อ ซูโดะกุ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 และเป็นที่นิยมทั่วโลกอีกครั้งในปี พ.ศ. 2548

วิธีเล่นมีกฎง่ายๆ ดังนี้
 1.) คุณต้องใส่ตัวเลข 1-9 ลงในช่องว่าง และตัวเลขไม่ซ้ำกันทั้งแถว
 2.) ในตาราง 3x3 แต่ละตารางจะต้องมีตัวเลข 1-9 ที่ไม่ซ้ำกันเลย ดังตัวอย่างด้านล่าง

  

          ลองหาซื้อมาเล่นกันนะค่ะ

www.thaisudoku.in.th/

 

เมื่อจะต้องต่อสู้
เป้าหมายมิใช่มุ่งทำลายตัวบุคคล
ความเห็นผิด ของเขาต่างหาก
ที่เรามุ่งต่อสู้แก้ไข

การให้อภัย และการช่วยเหลือ
คือพื้นฐานของยุทธวิธีที่แท้จริง
อันจะนำมาซึ่งสันติภาพ
และความก้าวหน้าร่วมกัน

อย่าให้ความโกรธแค้น เสียใจ
เป็นพื้นฐานของการต่อสู้
เพราะการต่อสู้เช่นนั้น
ไม่ได้เพื่อใคร หรืออะไรเลย
นอกจากความปวดร้าว ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

ใครเป็นผู้ให้อภัยได้นั่นเอง
คือข้อตัดสิน เพื่อหาผู้ถูกต้อง

***********************************

 

สมองที่ไรการนึกคิดเพื่อสร้างสรรค์
ไม่ช้าก็เฉื่อยชา ปัญญาอ่อน

การครุ่นคิดอย่างหนัก และซับซ้อน
ไม่ได้เป็นสาเหตุของการบ้า
การนึกคิด เพื่อตนเองนั่นแหละสาเหตุสำคัญ

การนึกคิดอยู่กับงาน
มิใช่จะทำให้คนบ้าหรือไม่บ้า
ทั้งนี้ขึ้นกับว่าการงานนั้นเพื่อใคร

ยิ่งคิดจะให้ยิ่งเบิกบาน
ยิ่งคิดจะเอายิ่งใกล้บ้า

การให้อภัย และคิดช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ
ใช่จะเป็นการรักษาสุขภาพจิตที่ดีที่สุดเท่านั้น
ยังเป็นการพัฒนาชีวิตที่ดีที่สุดอีกด้วย

***********************************

 

ในยามชีวิตผิดหวัง ว้าเหว่
หากแม้มีผู้รู้ใจ
ย่อมได้รับกำลังใจ และคำปลอบโยน
ชีวิตที่มีตนเอง เป็นผู้รู้ใจ
พลาดผิด เผลอไปย่อมสามารถให้อภัย
และตักเตือนตนได้ด้วยดี

http://happyhappiness.monkiezgrove.com/tag/

 

อยากจะนำบทความดีดีเหล่านี้มาให้อ่านกันนะ ไม่ต้องคิดอไรมาก แก้เครียด เป็นบทความดีดีสอดแทรกเนื้อหาสาระ  มีความสุขทุกวันนะ

คน 3 คน

ณ วัดบ้านไร่แห่งหนึ่ง
หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาตเห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นจึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร
ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่าผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ
หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า
เจ้ารู้ไหม ในตัวเรามีคนอยู่สามคน คนแรกคือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ
ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นิ่งฟังหลวงตา
คนเราล้วนมีความฝัน ความทะยานอยาก ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน เช่น บางคนอยากเป็นนักร้อง เป็นนักมวย เป็นดารา ถ้าถึงจุดหมายเราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม ดังนั้นเราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ
มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ จนเราอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้
อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร
สมัยที่หลวงตายังไม่ได้บวชเคยไปส่งเพื่อนผู้หญิงที่มีผัวแล้ว เพราะเห็นว่าบ้านเป็นซอยเปลี่ยว ส่งได้สองครั้งก็เป็นเรื่อง ชาวบ้านซุบซิบนินทา หาว่าเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน คนที่เห็นนั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา เห็นสิ่งไม่ดีของใครจงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทาเรียกว่าวิถีของคนพาล
แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆลูกศิษย์หยุดร้องไห้แล้วเริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา
เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์ เรียนรู้ว่าความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง ใจเราควรสงบนิ่ง ยังไม่ต้องชำระ ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่ เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสารมีเวลามองคนอื่น แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง จงแผ่เมตตาให้เขาไป เข้าใจใช่ไหม

เข้าใจครับหลวงตาเด็กน้อยยิ้มมีความสุขอีกครั้ง

***************************************************************************************

ถ้าท้อเป็นเพียงถ่าน ถ้าผ่านจึงเป็นเพชร

เพชรมีค่ามากกว่าถ่านหลายล้านเท่า
ทั้งๆที่เพชรเป็นธาตุคาร์บอนเหมือนกัน
ไม้ผ่านการอบการเผา ไม่นานก็กลายเป็นถ่าน
แต่เพชรผ่านความร้อน ไม่ต่ำกว่า 5,000 องศาฟาเรนไฮต์
ได้รับความกดดันมากกว่า 1 ล้านปอนด์ต่อตารางนิ้ว
ด้วยระยะเวลาอันยาวนาน จนกระทั่งกลายเป็นเพชร
เพชรที่เป็นเครื่องประดับอันงดงาม
พร้อมๆกับเป็นของที่มีความแข็งมากที่สุดในโลก
ถ้าท่านกำลังได้รับความกดดันอยู่ จงอดทน จงอดทน
ถ้าท่านกำลังถูกเคี่ยวถูกสับอยู่ ให้คิดว่าเพียงแค่นี้
จะทำให้เป้าหมายเราสั่นคลอนได้หรือ ?
ถ้าสถานการณ์กำลังบีบคั้นท่าน แสดงว่าชัยชนะกำลังรออยู่ข้างหน้า
ถ้ายังถูกโหมกระหน่ำอีกให้รู้ตัวว่า
ท่านกำลังใกล้จะเป็นเพชรเต็มที่แล้ว….
ในสถานการณ์เช่นนี้…..หากหยุดคิดพิจารณาอย่างมีสติ
ย่อมจะเกิดปัญญาพบหนทางสว่างได้เสมอ
จงมุ่งมั่นอาจหาญสง่างาม เสมือนดั่งเพชร
แม้เพชรจะตกอยู่ในสภาวะทุกข์ยากลำบาก อ้างว้างและโดดเดี่ยว
แต่เพราะเพชรไม่เคยย่อท้อต่อสู้เรื่อยไป
ให้ถือว่าทุกอย่างเป็นบทเรียนและบทฝึกตัวเองเสมอ จนกาลเวลาผ่านไป
เพชรจึงภูมิใจในตัวของมันเอง และด้วยความอดทนถึงที่สุดนั่นเอง
เพชรจึงเป็นอัญมณีล้ำค่า ควรแก่การประดับมงกุฎของพระราชาผู้ยิ่งใหญ่
จากอดีตปัจจุบัน….ตลอดไปในอนาคต

http://happyhappiness.monkiezgrove.com/category